วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ในการเข้าค่ายพักแรงในครั้งนี้


ในการเข้าค่ายพักแรงในครั้งนี้
ทำให้ผมมีความสุขและสนุกสนานได้ทำอาหารกินเองและได้กินอยู่กับเพื่อนได้ทำสิ่งที่สนุกได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำและชอบตอนที่ทำกิจกรรมต่างทำให้มีความสุข
และสิ่งที่ชอบในการเข้าค่ายในครั้งนี้คือการได้เล่นรอบก่อไฟกับเพื่อนได้เล่นเกมและได้ดูเพื่อนๆจากห้องอื่นมาแสดงละครในแต่ละห้อง
สรุปในการเข้าค่ายในครั้งนี้ทำให้ผมมีความสุขและภูมใจที่ได้เข้า.....^^






     

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

โครงงาน เมี่ยงเต้าเจี้ยวเมืองตาก


บทที่ 1
บทนำ
1.1ความเป็นมาและความสำคัญของเมี่ยง
            เนื่องจากเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของชาวจังหวัดตาก ซึ่งเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยใบชะพลูนั้นก็ถือเป็นพืชที่ให้มีกากใยสูง มะนาวให้วิตามินซีสูง ถั่วลิสงคั่วให้โปรตีน กุ้งแห้งให้โปรตีนและแคลเซียม มะพร้าวคั่วมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันให้พลังงาน หอมแดง ซึ่งมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ พริกขี้หนูก็มีวิตามินต่างๆ ส่วนขิงก็มีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืดเฟ้อ ขับลม ช่วยย่อยอาหาร ช่วยในไหลเวียนของโลหิต ส่วนน้ำเมี่ยงคำที่มีส่วนผสมหลักคือน้ำตาลปี๊บ น้ำปลา กะปิ ขิง ข่า ก็เป็นส่วนประกอบที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกายด้วยเช่นกันโดยทั้งหมดนี้ก็มาจากสมุนไพรใกล้บ้านและอาหารพื้นเมืองเช่น ข้าวแคบ แต่ปัจจุบันเมี่ยงคำเมืองตากถูกลืมไปทางผู้จัดทำจึงคิดที่จะทำโรงงานเรื่อง เมี่ยงคำเมืองตาก เพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมเอาไว้และเราได้ทำให้เชื่อมโยงกับวิชาวิทยาศาสตร์โดยการทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวนอกจากจะได้ความรู้เรื่องกรด-เบสแล้วยังได้รู้ถึงวิธีการทำเต้าเจี้ยวและสูตรเมี่ยงคำเมืองตากอีกด้วยทางผู้จัดทำจึงได้คิดโครงงานนี้ขึ้นมา
1.2วัตถุประสงค์
        1.เพื่อศึกษาเรื่องการทำเต้าเจี้ยว

        2.เพื่อทดสอบความเป็นกรด-เบส
        3.เพื่ออนุรักษ์อาหารพื้นเมืองของจังหวัดตา
 1.3 ขอบเขต
                การศึกษาเรียนรู้ครั้งนี้ทำให้ได้ช่วยอนุรักอาหารการกินของคนสมัยโบราณที่ได้มีการสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นเป็นเวลานาน เมี่ยงมีหลายประเภทไม่ว่าจะเป็น เมี่ยงเต้าเจี้ยว เมี่ยงมะพร้าว เมี่ยงแคบหมู เป็นต้นซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านทั้งสิ้น และยังช่วยเป็นศูนย์กลางการให้ความรู้อย่างแพร่หลายโดยช่องทางอินเทอร์เน็ต
รูปเล่มโครงงานหรือ การนำเสนองานโดยตรง
1.4 สถานที่ดำเนินการ
                โรงเรียน, บ้าน, ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์
1.5 ระยะเวลาดำเนินการ
                2 เดือน
1.6ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ได้ความรู้เกี่ยวกับเมี่ยงเต้าเจี้ยวอย่างลึกซึ้ง
2.ได้รู้กรด-เบส ที่อยู่ในเมี่ยงเต้าเจี้ยว
3.ได้ร่วมอนุรักษ์อาหารไทย ให้คงอยู่ตลอดไป



บทที่3
วิธีการดำเนินศึกษาค้นคว้า

3.1วัสดุ อุปกรณ์
วัสดุ
1.กระดาษ                             2.หมึก                                   3.กระดาษลิตมัส                 4.ดินสอ
5.ยางลบ
                              6.ข้าวเกรียบงาดำ 7.ใบชะพลู                           8.มะพร้าวขูด
9.เต้าเจี้ยว                              10.พริก                                  11.เปลือกมะนาว                12.ขิง
13.หอมแดง                         14.กระดาษ ph

อุปกรณ์
1.คอมพิวเตอร์                     2.ปริ้นเตอร์                           3.บิ๊กเกอร์                             4.ถุงพลาสติก 
5.คัตเตอร์                              6.ถ้วย                                     7.จาน                                    8.กล้องถ่ายรูป
9.ช้อนโต๊ะ                           10ซ้อม                                   11.ไฟฟ้า

3.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน
ลำดับที่
รายการ
วัน/เดือน/ปี
1
ศึกษารูปแบบโครงงาน
13 / พฤศจิกายน / 2555
2
ทำโครงร่างโครงงานเมี่ยงมะพร้าว
20 / พฤศจิกายน / 2555
3
ศึกษาหาข้อมูล
27 / พฤศจิกายน / 2555
4
ตรวจสอบ
11 / ธันวาคม / 2555
5
ส่งคุณครู
18 / ธันวาคม / 2555

3.3แหล่งเรียนรู้
1.แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน
-ห้องสมุดโรงเรีย
-ห้องคอมโรงเรียน
2.แหล่งเรียนรู้ภายนอกห้องเรียน
-นางสอาด น้อยเรือน
-นางดอกรัก บัวประไพพงศ์


บทที่ 5
การสรุปผลการจัดสร้างโครงงานปัญหาและข้อเสนอแนะ
5.1 การสรุปผลการจัดสร้างโครงงาน
                จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงคำเมืองตากสรุปได้ว่าเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดตากที่มีการคิดค้นมาจากการพบวัตถุดิบของพื้นเมืองแล้วนำไปดัดแปลงเป็นอาหารที่ผสมกันได้อย่างลงตัว ดังนั้นชาวจังหวัดตากและคนไทยทุกคนควรที่จะอนุรักษ์เมี่ยงคำไว้เพื่อจะได้เป็นอาหารของพื้นเมืองคงไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้รู้จักและได้ลองชิมอาหารที่อร่อยอย่างเมี่ยงคำอีกด้วยนอกจากนี้ทางผู้จัดได้หาสูตรการทำเต้าเจี้ยวและสูตรการกินเมี่ยงคำเมืองตากนอกจากนี้ทางผู้จัดทำได้ทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด
5.2 ปัญหาการจัดสร้างโครงงาน
                จากการศึกษาค้นคว้าเรื่องเมี่ยงคำเมืองตากสรุปได้ว่าเมี่ยงคำเมืองตากเป็นอาหารพื้นเมืองของจังหวัดตากที่มีการคิดค้นมาจากการพบวัตถุดิบของพื้นเมืองแล้วนำไปดัดแปลงเป็นอาหารที่ผสมกันได้อย่างลงตัว ดังนั้นชาวจังหวัดตากและคนไทยทุกคนควรที่จะอนุรักษ์เมี่ยงคำไว้เพื่อจะได้เป็นอาหารของพื้นเมืองคงไว้ให้ลูกหลานรุ่นต่อไปได้รู้จักและได้ลองชิมอาหารที่อร่อยอย่างเมี่ยงคำอีกด้วยนอกจากนี้ทางผู้จัดได้หาสูตรการทำเต้าเจี้ยวและสูตรการกินเมี่ยงคำเมืองตากนอกจากนี้ทางผู้จัดทำได้ทดสอบกรด-เบสของเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด ที่เป็นเช่นนี้เพราะเราใช้กระดาษลิมัสในการพิสูจน์โดยผลปรากฏว่ากระดาษลิตมัสเปลี่นสีจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง และกระดาษลิตมัสสีแดงไม่เปลี่ยนสีส่วนกระดาษวัดค่า ph ได้ค่า ph เท่ากับ 5 สรุปได้ว่าเต้าเจี้ยวมีฤทธิ์เป็นกรด
5.3ข้อเสนอแนะในการทำโครงงาน
1.ควรจะทำโครงงานที่มีเนื้อหามากกว่านี้
2.ควรที่จะช่วยกันทำโครงงานให้มากกว่านี้

วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2555

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีที่ทันสมัย แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่มีความ เชี่ยว ชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ

ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ

ไม้ 3 อย่าง ประโยชน์ 4 ประการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงผลกระทบจากการบุกรุกทำลายป่าไม้ของประเทศไทย ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนก่อให้เกิดภาวะแห้งแล้ง พื้นที่ต้นนํ้าลำธารเสื่อมโทรม ฤดูกาลเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพทางการเกษตร กลายเป็นปัญหาทุกข์ร้อนของประชากรส่วนใหญ่ในชนบท พระองค์ทรงมีพระราชดำริในการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าไม้ ให้คืนกลับสู่สภาพธรรมชาติด้วยแนวทางผสมผสาน โดยการปลูกไม้ทดแทนควบคู่กับการพัฒนาอาชีพราษฎร
ด้วยการวางแผนร่วมมือกันของทุกส่วนราชการ ในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาวะแวดล้อม
การปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 ประการ ตามแนวพระราชดำรินั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทาน
พระราชดำริ ไว้เมื่อปี 2519 ณ หน่วยพัฒนาต้นนํ้าทุ่งจ๊อ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ว่าการปลูกไม้ 3 อย่าง คือ ไม้ผล
ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ จะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสานและสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของรัฐและวิถีประชาในชุมชนอันเป็นทฤษฎีการปลูกต้นไม้ลงในใจคน โดยการปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชนให้ปลูกต้นไม้ลงแผ่นดินและรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง
และในการฟื้นฟูพื้นที่ต้นนํ้าตามแนวพระราชดำริ ของศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริ ให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2525 เพื่อศึกษาหารูปแบบในการพัฒนาที่เหมาะสมในพื้นที่ต้นนํ้าลำธารนั้น พระองค์ทรงมีพระราชดำริ แนวทางในการปลูกไม้ฟื้นฟูสภาพป่าต้นนํ้าว่า การปลูกป่าถ้าจะให้ราษฎรมีประโยชน์ให้เขาอยู่ได้ให้ปลูกไม้ 3 อย่าง ให้ประโยชน์ 4 อย่าง คือ ไม้ใช้สอย ไม้กินได้ ไม้เศรษฐกิจ หรือ ไม้ผล
ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืน ซึ่งจะให้ประโยชน์ 4 ประการ คือ ได้ใช้สอยและเศรษฐกิจ ไม้ฟืน ไม้กินได้ และประการสุดท้าย คือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นนํ้าลำธารด้วย
ประเภทไม้ 3 อย่างที่เหมาะสมแก่การใช้ปลูก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเน้นให้ใช้พันธุ์ไม้ที่มีอยู่แล้วในท้องถิ่น เพราะเป็นไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดี มีลักษณะที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่อยู่แล้ว ไม่เป็นการเสี่ยงต่อภาวะการรอดตายและการเจริญเติบโต เป็นและที่รู้จักของราษฎรในท้องถิ่นอย่างดี พื้นที่ที่เหมาะสมแก่การปลูกไม้ป่าดังกล่าว ควรเป็นพื้นที่ที่มีสภาพเสื่อมโทรม หรือเป็นบริเวณป่าเพื่อการพึ่งพิงของราษฎรที่อยู่บริเวณใกล้ๆหมู่บ้าน วิธีการปลูกก็ให้ปลูกเสริมในลักษณะธรรมชาติ โดยไม่จับต้นไม้เข้าแถว ซึ่งการปลูกเสริมตามลักษณะธรรมชาตินี้ เมื่อต้นไม้โตขึ้นก็จะมีสภาพเป็นป่าตามธรรมชาติ โดยจะไม่มี

ไม้ 3 อย่าง

ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ
1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอกสัตว์

เครื่องมือในการเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ามจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสาน กระบุง ตะกร้าเพื่อนำไปใช้นำครัวเรือน และเมื่อมีพัฒนาการทางฝีมือก็สามารถจัดทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่า เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขามป่า สารภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซาง มะแฟน สัก ประดู่ กาสามปีก จำปี จำปา ตุ้ม ทะโล้ หมี่ ยมหอม กฤษณา นางพญาเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยางกราด กระถิน เก็ดดำ มะหาด ไม้เติม มะห้า มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว บุนนาค ปีบ ตะแบก ตอง คอแลน รัง เต็ง แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เป็นต้น
2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาว
สุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความ
จำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์ ความอัตคัดขาดแคลนจะเกิดขึ้น
ดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการปลูกไม้โตเร็วขึ้นทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืนใช้ได้อย่างเพียงพอ ได้แก่ ไม้หาด สะเดา
เป้าเลือด มะกอกเกลื้อน ไม้เต้าหลวง กระท้อน ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม ลำไยป่า มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อ
ต้นเสี้ยว บุนนาค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้า มะขามป้อม แค ผักเฮือด เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน กาสามปีก มันปลา นางพญาเสือโคร่ง มะมือ ลำไย รกฟ้า ลิ้นจี่
3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อ
ใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร ในธรรมชาติเสริมสร้างสุขภาพให้มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดแคลน ได้แก่ มะหาด ฮ้อสะพายควาย เป้าเลือด บุก กลอย งิ้ว กระท้อน ขี้เหล็ก มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว คอแลน ผักหวานป่า มะไฟ มะขามป้อม มะเดื่อ มะปีนดง เพกา แค สะเดา เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน มะเม่า หวาย ดอกต้าง กระถิน
ก่อเดือย หว้า กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก ประคำดีควาย ตะคร้อ กระบก ผักปู่ย่า มะเฟือง แคหางค่าง ขนุน มะปราง มะหลอด คอแลน มะเม่า ส้มป่อย
ประโยชน์ 4 ประการ
ไม้ 3 อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ 4 ประการ คือ
1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษาก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่างไม่ขาดแคลน และจะไม่สร้างผลกระทบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และหากมีการปลูกในปริมาณที่มากพอ ชุมชนก็สามารถนำมาเสริมสร้างอาชีพเสริมได้ทำให้ชุมชนมีรายได้เสริมให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น
2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ
3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ต้องการแล้วยังสามารถใช้เป็นสินค้าเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร

วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

แนะนำ

โลกไร้หรมแดน หมายถีง....


                   คนอิจิ โอมาเอะ (Kenichi Ohmae) นักคิด นักวิชาการ และที่ปรึกษาทางธุรกิจ ชาวญี่ปุ่นได้ศึกษาวิเคราะห์และคาดการณ์ผลของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ทางเศรษฐกิจและสังคมไว้ในหนังสือ "โลกไร้พรมแดน: The Borderless World" มีใจความสรุปได้ว่า โลกในอนาคตจะเป็นโลกที่พรมแดนจะหมดความหมายลง การเคลื่อนย้ายของเงินทุน การกระจายของข่าวสารข้อมูลสารสนเทศทั้งทางการค้า และการลงทุนจะเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายและไม่ถูกสะกัดกั้นด้วยเส้นแบ่งพรมแดนระหว่างประเทศอีกต่อไป การเคลื่อนย้ายปัจจัยทางการผลิตสามารถกระทำได้อย่างเสรี และแนะนำให้องค์การธุรกิจปรับปรุงโครงสร้างและระบบการจัดการใหม่3 เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ปรากฏว่าสิ่งที่เขาคาดการณ์ไว้ได้เกิดขึ้นอย่างแม่นยำ ทำให้ทุกคนเริ่มให้ความสนใจ และให้ความสำคัญกับความคิดของเขามากขึ้นเคนอิจิชิ โอมาเอะ ได้แต่งหนังสืออีกเล่มชื่อ "การสิ้นสุดของความเป็นรัฐชาติ: The End of the Nation State" ซึ่งเป็นแนวคิดที่พัฒนาต่อเนื่องจาก การเกิดขึ้นของโลกไร้พรมแดน โดยคาดการณ์ว่าจากสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงเวลาผ่านมา เป็นผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในทศวรรษนี้คือ ปรากฏการณ์ที่บทบาทของรัฐชาติ (Nation State) ในด้านเศรษฐกิจ การค้า และการลงทุนจะลดความสำคัญลง โดยจะมีสิ่งเกิดขึ้นมาทดแทนใหม่และมีอิทธิพลอย่างมากคือ ภูมิภาครัฐ (Region State) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันเพื่อร่วมมือทางเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ตัวอย่างเช่น การเกิดขึ้นของ สหภาพยุโรป หรือเรียกชื่อย่อว่า กลุ่มอียู ที่ปัจจุบันมีเงินสกุลยูโร (Euro) ใช้ร่วมกันอย่างเป็นทางการ โดยกำหนดให้เป็นเงินสกุลหลักสกุลเดียวที่ใช้ภายในประเทศสมาชิก การเคลื่อนไหวล่าสุดมีการจัดประชุมเพื่อขยายจำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก สิบประเทศ ทำให้มีประชากรรวมกันมากกว่า 430 ล้านคน ซึ่งจะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ โดยมีกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นประชากรที่มีกำลังซื้อสูงมาก การรวมตัวดัง กล่าวส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในหลายด้าน เช่น ความเสี่ยงที่เกิดจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีในอดีตจะไม่ปรากฎอีกต่อไป ปริมาณการค้าระหว่างประเทศสมาชิกของกลุ่มอียูจะมีเพิ่มมากขึ้น การเคลื่อนย้ายเงินลงทุนระหว่างประเทศทำได้สะดวกมากขึ้น เป็นผลทำให้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญทั้งในภาครัฐบาล เอกชน และประชาชนในฐานะผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ศตวรรษที่ 21 เป็นการก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่เป็นเศรษฐกิจโลก (Global Economy) อย่างแท้จริง

  1. ที่มา : การจัดการธุรกิจร่วมสมัย รศ.ดร.ผลิน  ภู่จรูญ


  2. โลกไร้ในจิตนาการของฉันคือ......
  3.                 
  4.                โลกไร้พรมแดนคือโลกแห่งการติดต่อสื่อสาร เพื่อพบปะเพื่อนฝูง เครือญาติเพื่อน หรือไร้ตัวตนของคนที่เราติดต่อสื่อสาร เป็นนิยามของคำว่าติดต่อกันเพื่อมิตรภาพที่ไร้พรมแดนทั่วโลก การใช้ชีวิตอยากอิสระไม่มีที่สิ้นสุด.....


วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

แนะนำตัว

สวัดดีคับทุกคน
ผมชื่อ สิริวัฒน์ ดำรงธรรมวัฒนา ชื่อเล่น ไอซ์ เกิดวันนี้ 11 กันยายน 2541 ชื่อพ่อและชื่อแม่
????............หนัก 59 กก. สูง 173 ซ. อยู่โรงเรียนตากพิทยาคม ม..2/4 เลขที่ 13 hotmail..............ice_love_20@hotmail.com
gmail.................siriwat200100@gmail.com
facebook.........Siriwat .....
ชอยสี แดง และ เขียว ชอบเล่นโทรสับในเวลาเรียนนอนในเวลาเรียน ชอบดูการตูนช่อง7และ9ในวันเสาร์และอาทิตย์ เป็นคนเขียนมือ ขวา วิชาที่ไม่ค่อยยอยากเรียนคือวิชา อังกิต เป็นคนที่ลืมทำการบ้าน(พิมพ์ง่ายๆก็คือขี้เกียน)เพื่อนที่สนินที่สุดคือ++ชื่อกลุ่ม++